แอนดริว งานโฆษณากาแฟ FRENCH CAFE

แอนดริวมอบเสื้อยีนส์ให้ประมูลหารายได้ช่วยเหลือช้าง งานนิทรรศการภาพถ่าย "คิดถึงปอ"

แอนดริว โฆษณากาแฟ FRENCH CAFE

Sunday, 24 July 2011

Tom-Yum-Chee-Wit by Atcharapan Piboonsuwan

ข้อความ : คอลัมน์ ต้มยำชีวิต เขียนโดยคุณอัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณจาก หนังสือชีวจิต ปีที่ 5 ฉบับที่ 104 วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2546








































ป้ายุงที่รักนี่ตีห้าครึ่ง แอนดริว เกร้กสันเพิ่งกลับไป นี่ฟังดูเป็นข่าวคาวนะจ๊ะเธอ แต่เผอิญตัวละครอีกตัวเป็นพี่ เรื่องราวเลยเบี่ยงเบนไป นี่เป็นปีที่ 5แล้วที่เขาจะมายืนยิ้มเผล่อยู่หน้ารั้วบ้านพี่ พร้อมทั้งหิ้วกระเช้าผลไม้ใบใหญ่ยักษ์มาสวัสดีปีใหม่ เรารู้จักกันจากละครช่อง 3 เรื่อง ธรณีนี่นี้ใครครอง แล้วจากวันนั้นจนถึงวันนี้ เขาจะปฏิบัติหน้าที่ “เห็นหน้าปีละครั้ง” ไม่เคยขาดเมื่อวานพี่เพิ่งจากกับหนึ่ง-วรเชษฐ์ นักแสดงอีกคนที่จะเจอแอนดริวในละครเรื่อง 12 ราศี ที่กำลังถ่ายทำกันอยู่ ของเราถ่ายละครเรื่อง สะใภ้ภูธร อยู่ที่เขาค้อ เป็นทีมเดียวกับที่เคยทำธรณีฯ ยุ่น-ผู้กำกับ ปุ๊-ผู้ช่วยผู้กำกับ บอกหนึ่งไป ให้บอกแอนดริวว่า อย่าลืมกระเช้าผลไม้โตๆ แต่พี่ทำแสนดี ฝากบอกไปว่า ของพี่ไม่ต้อง ให้เก็บเงินเก็บทองเอาไว้เถอะ (คือจะทำคะแนนกับเด็กหนุ่มไง ให้ตายใจว่าเป็นคุณป้าใจดี) ข้อความที่ฝากไปยังไม่ทันถึงเลย <span class=" fbUnderline">แอนดริวมายืนยิ้มเป็นปีที่ 5 ตอนตีห้าครึ่งเสียแล้ว</span> เพื่อนนอกวงการของพี่บอกว่า คนในสังกัดของพี่แลแปลกแยกหมดเลย พี่เถียงว่าไม่ใช่ พวกเขามีความเป็นตัวเองอย่างชัดเจนต่างหาก ตอนที่รู้จักร่วมงานกับแอนดริว มันเป็นละครที่ถ่ายทำที่ต่างจังหวัด ก็เลยอยู่ด้วยกันนาน “ธรณีนี่นี้ใครครอง”ที่ถ่ายทำในไร่ส้ม แล้วน้องป๊อก-ปิยธิดา เป็นนางเอกไง จำได้ไหม

       วันที่พี่ประทับใจแอนดริวที่สุดก็คือ ลงจากเครื่อง พี่หิ้วของพะรุงพะรังมาก เขาเดินตามหลังมาติดๆ แล้วดึงของพวกกระบุงตะกร้าเอาไปและบอกว่า <span class=" fbUnderline">“ผมถือให้ครับ”</span> เท่านั้นคนแก่ก็ขนลุกชูชันตื้นตันใจ หนึ่ง ความเป็นหนุ่ม สอง ความเป็นพระเอกเขาน่าจะอายที่มาหิ้วตะกร้าตะแกรง เออ. นี่ไม่อาย เอาใจหญิงแก่ไปเต็มๆพี่จะชอบผู้ชายที่เป็นสุภาพบุรุษมาก เหมือนผู้ชายของพี่ (แต่พี่ไม่ใช่ของเขา) ที่เคยเล่าให้เธอฟังไหมว่าเวลาเดินริมถนน เขาจะเดินด้านนอก เสี่ยงให้รถเฉี่ยวชนก่อนโถ..พ่อคุณ หรือเวลาจะข้ามถนน เขาจะอ้อมไปเดินด้านที่รถวิ่งมา แล้วเอามือแตะที่ข้อศอกนิดๆ เวลาข้าม ไม่ต้องมาจับ มาลาก มาจูงหรือพยุงจนดูเหมือนพี่พิการ เท่านี้พี่ก็เคลิบเคลิ้มน้ำลายไหลมุมปาก มันดื่มด่ำประทับใจเสียยิ่งกว่าเขาจะหล่อลากดินเสียอีก เราจะสร้างความเป็นสุภาพบุรุษในลูกหลานของเรายังไงดีนอกจากจะได้กระเช้าผลไม้ในวันปีใหม่แล้ว ตลอดปีพี่อาจจะได้พูดกับแอนดริวสองประโยคครึ่งทางโทรศัพท์ คือจะไม่เคยเห็นตัวตนกันเลย ถ้าเกิดเล่นละครก็จะได้เห็นผ่านจอทีวี นอกนั้นก็ส่งข่าวคราวผ่านเพื่อนเขา โดยเฉพาะเวลามีข่าวลงหนังสือพิมพ์ ซึ่งแต่ละข่าวก็เด็ดๆ ทั้งนั้น พออ่านข่าว พี่ก็จะโทรฝากข้อความให้ดูแลตัวเองดีๆ เป็นห่วง มีอะไรให้ปรึกษาผู้ใหญ่ จะได้ไม่พลาดเขาจะมีความเป็นตัวของตัวเอง โลกของตัวเองสูงมาก ใช้ชีวิตเงียบกริบ ไม่เริงร่าไปตามงานสังคม ก็เลยดูแปลก แต่พี่ว่าใครชอบยังไง ดำเนินชีวิตยังไง ก็ทำอย่างนั้น มันเป็นความสุขของเราน่ะ บางทีกระแสสังคมก็ทำเราทุกข์นะ พี่เองก็ไม่ไปงาน ไม่ออกงานนะเธอ ไปเฉพาะเยี่ยมคนที่โรงพยาบาลกับงานศพ งานอื่นๆ พี่เหนื่อยเกินไป เล่นละครนะ จะมีบวงสรวงครูบาอาจารย์เวลาเปิดกล้องพิธีนี้จะไป แล้วก็จะมีงานเลี้ยงฉลองปิดกล้อง งานนี้ไม่ไป ก็บุหรี่ไม่สูบ เหล้าไม่กิน ถ้าไปก็ต้องนั่งดมบุหรี่ เหม็นจะตาย กลิ่นมันแทรกไปถึงเส้นผม ถึงหนังหัวเลย เด็กๆ คะยั้นคะยอว่า ไปเหอะป้า เดี๋ยวจะให้นั่งแยกในห้องกระจก พี่เลยว่า ไม่เอา ฉันไม่ไป ไม่อยากเห็นพวกวิญญาณจรดีดดิ้น แล้วก็ไม่ไปสักงาน พอดีพี่แก่แล้ว ผู้คนก็เลยไม่ตอแย ถ้ายังหนุ่มสาวก็จะดูแปลกแยกเมื่อปีที่แล้วแอนดริวมาตอนมืด พี่เพิ่งกลับจากต่างจังหวัด ก็เลยยืนคุยกันริมรั้วเหมือนพวกสาวใช้กับวินมอเตอร์ไซด์ บอกแอนดริวว่าไม่ต้องเอาข้าวเอาของมาให้ พูดคุยส่งข่าวคราวกัน พี่ก็ดีใจแล้ว เขาบอกว่า <span class=" fbUnderline">“ผมพูดไม่เก่งครับ” อย่าซื้อของแพงๆ เก็บเงินไว้ เขาบอกว่า “ผมทำแล้วมีความสุขครับ”</span> พอหิ้วของเข้าบ้าน แม่พี่ว่า “เสียมารยาท คนมาหาไม่เชิญเข้าบ้าน” พี่นะเข้าใจแอนดริวเลย พอดูความรู้สึกตัวเองแล้วเห็นว่าพี่อึดอัดเวลาต้องรับรองใครหรือเอาใครมาประชิดตัว แต่เวลาพี่เอาตัวไปหาใครหรือไปสัมผัสใครเองสบายใจดี พี่รู้แล้วละว่าพี่ก็คงเหมือนกัน ไม่ชอบให้ใครทะลวงเข้ามาในโลกส่วนตัวของเรา เพราะพี่เข้าใจในความเป็นเขา ก็เลยไม่รู้สึกแปลกปี 2546 พี่คงจะได้พูดกับแอนดริวอีกสองสามประโยคทางโทรศัพท์ แล้วปลายปีพี่จะไปยืนริมรั้ว รอกระเช้าผลไม้ใบโตเป็นปีที่ 6 นะแอนดริว…นี่ไง ป้ายุง เรื่องราวตอนตีห้าครึ่งของพี่ในวันที่มีผู้ชายมาหาหน้าบ้าน…รัก คิดถึงเธอ ป้าจิ๊



อ่านแล้วหลงรักแอนดริวเข้าไปอีกใช่มั้ยล่าาาาาาา

ปล.ป้าจิ๊ขา ยังยืนรอริมรั้วอยู่อีกรึป่าวค้าาาาาาาา

ป้าจิ๊ เขียนถึง แอนดริว



Column: Tom-Yum-Chee-Wit by Atcharapan Piboonsuwan  1 Feb 2003

About Andrew Gregson,

Dear Auntie Yoong.
It's 5:30AM.  Andrew Gregson just left.  My intro could make the news headline!  But since the other side of the equation is me, therefore the story now has a different tone.
This is the 5th year that he has walked up smiling at my gate and given me a gigantic fruit basket as the new  year present . We knew each other since ThoraneeNeeNeeKraiKrong.  Since then, he has performed his duty consistently, showing up once a year.
Yesterday I saw Nuang-Worachet, another actor who will meet Andrew in 12 Rasi, which is currently starred by Andrew.  I asked Nuang to tell Andrew "Don't send any fruit basket to me, I want you to save the money."
My message had not reached him in time.  He showed up at 5:30AM again.   My friends told me that I usually have a unique set of younger friends.   She said "they are either unique or weird."
I argued that they are not weird.  They simply act like normal people.
It was in the set of ThoraneeNeeNeeKraiKrong.  We were usually in Chiangmai, so we got to know each other quite well.
I remember my first impression was at the airport.  As soon as I stepped out of the plane, he came behind me and offered to carry my baskets.  My old heart was overwhelmed with appreciation.  No one his age was going to help carrying baskets that look like mine.
I love gentlemen! (like my own gentleman at home).
When we walked on pedestrian walkway, he would be on the traffic side protecting me.  When we crossed streets, he would make sure that he was on the side facing oncoming cars.   He would lightly touch my elbow while crossing.  I didn't feel handicapped or old.   I feel appreciated, loved and..   He is much more than being handsome.
Besides the fruit basket, I would be able to exchange 1 and a half sentence with him on an annual basis  We don't meet, but I sometimes left him a message when I saw (bad) news about him.  I would like to be his moral support and wanted to make sure that he consult people who are in the know before doing anything.
He is independent and has his own world.  His life is quiet, never gone to pubs, bars, or parties.  That's why people think he is weird.  But I think it's his life, his own choice.  You should not do things because media expect you to do.
I don't usually go to parties either.  I only go to funerals and visiting friends at hospitals.  For lakorns, I only go to the opening ceremonies and that's it.  The farewell parties for each lakorn usually involve dancing/smoking/drinking.  I do none of those, why do I want to go?
If I were a younger actress, I would be viewed as weird too.
Last year, Andrew came to visit at dusk.  I just came back from another province.  We talked at the gate (like housemaids and motorcycle for hire do).  I told Andrew not to give me anything.  I wish he just call sometimes.  Andrew said, "I am not good at talking".  I told Andrew not to buy expensive stuff for me.  He said "I am happy when I get to do it."
When I got into the house, my mom asked why I didn't invite the guest in; I have such a bad etiquette.  I understand Andrew.  I don't want people to be too closed to my world.  But when I get to give something, I'm happy.
Next year, I will be waiting for your fruit basket for the 6th year and a few sentences on the phone.
Auntie Yoong, that is the story on the day when a young guy came to see me at 5:30AM.
Love and Miss you,

Auntie Ji